วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เหลืออีกเพียง 12 วันเท่านั้น

ก็จะขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2552 คุณคิดไว้แล้วหรือยังว่าปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นานเกินรอนี้ คุณมีแผนการจะทำอะไร เกี่ยวกับการงาน เกี่ยวกับชีวิตของคุณ

สำหรับผมนั้นเมื่อสมัยที่ยังเป็นเด็ก(วัยรุ่นหนุ่ม) ก็มักจะตั้งใจไว้หลายๆอย่างเกี่ยวกับแผนการที่จะทำในปีใหม่ ตอนนั้นรู้สึกเสมือนว่าถ้าเราจะทำอะไรสักอย่างควรจะเริ่มต้นที่ปีใหม่ ความจริงเป็นความเชื่อที่ผิดๆครับ เช่นสมมติว่าเราจะทำความดีหรือทำบุญทำกุศลอะไรสักอย่าง ไม่ควรจะต้องรอให้ถึงปีใหม่หรอกครับ

เดี๋ยวนี้เขามีแนวคิดใหม่ว่า จะทำความดีทำเดี๋ยวนี้เลย

แต่ถึงอย่างไรก็ตามความเชื่อที่ว่าต้องให้ขึ้นปีใหม่เสียก่อน จะทำอะไรๆก็จะดีทั้งนั้น ความจริงเราสมมติกันไปเองว่าปีนี้เก่า และปีหน้าคือปีใหม่ อะไรประมาณนั้น

ความจริงวัน เดือน ปี มันก็เคลื่อนไปตามจักรราศีของธรรมชาติ มนุษย์เราต่างหากที่ไปสมมติมันขึ้นเอง แล้วก็ตั้งความหวังว่าปีที่กำลังจะมาถึงคือปีใหม่ คนทั่วโลกถึงกับมีพิธีการเป็นสากลเพื่อนับวันเวลาที่จะถึงวันขึ้นปีใหม่ ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม เวลาตั้งแต่ 23.50 น. และนับเรื่อยไปจนถึงเวลา 24.00 น. ก็จะถือว่าขึ้นปีใหม่แล้ว

ฝูงชนที่มาชุมนุมกัน ณ สถานที่จัดงานก็จะเปล่งเสียงไชโยโห่ร้องกันด้วยความยินดี นัยว่าเป็นการต้อนรับปีใหม่ บางงานก็จุดพลุไฟเพื่อเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน

ที่ผมเห็นว่าดีและเป็นสิริมงคลกว่าที่ใดในโลกก็คือในประเทศไทย เมื่อเวลาขึ้นปีใหม่คณะสงฆ์ทั่วประเทศก็จะสวดเจริญพระพุทธมนต์ มีความรู้สึกเข้มขลังดีจัง

เมื่ออายุผมผ่านปีใหม่มา 70 ครั้งแล้ว ความรู้สึกรู้สาเกี่ยวกับปีใหม่ก็จะผ่อนคลายไป มีความรู้สึกว่าปีนี้กับปีที่กำลังจะมาถึงวันพรุ่งนี้ มันก็เหมือนกันนั่นแหละ ที่เปลี่ยนไปคือเปลี่ยนปฏิทินอันใหม่เท่านั้นเอง ชีวิตเราก็เก่าไปอีกปีเท่านั้นเอง

แวะมาเยี่ยมบ้านครับ

posted on 30 Aug 2008 11:30 by bangkhaeboy  in Thaitalk

ต้องบอกว่าไม่ได้มาบ้านนี้นานพอสมควร เพราะมัวแต่ไปสร้างบ้าน(บล็อก)ใหม่ตามชุมชน(เว็บไซต์)อื่นอีกหลายบ้าน

ใจหนึ่งก็คิดถึงบ้านนี้ วันนี้เลยแวะมาดูบ้านสักครั้ง และสัญญา(ไม่ใช่สายัณห์)ว่าต่อไปจะเข้ามาบ่อยๆครับ

วันนี้จะเขียนอะไรดีนะ ยังนึกไม่ออกครับ

ขอเป็นครั้งหน้าก็แล้วกัน วันนี้สวัสดีแค่นี้ครับ

เวลาในชีวิต

posted on 20 May 2008 19:56 by bangkhaeboy  in Varietytalk

ใครต่อใครก็พูดกันมานานแล้วว่า คนเราที่เกิดมาในโลกนี้ไม่ว่าจะมีสถานะภาพเป็นอะไร เช่น อภิมหาเศรษฐีเงินหมื่นล้าน คนทำงานหาเช้ากินค่ำ ขอทาน หรือวนิพก ไม่เว้นแม้กระทั่งนักบวชในลัทธินิกายต่างๆ

ต่างก็มีเวลาของตนเองคนละ 24 ชั่วโมงเท่ากัน

แล้วก็มีการถกเถียงกันว่าในเมื่อทุกคนมีเวลาเท่ากันเช่นนี้แล้ว ทำไมบางคนจึงสามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้มากมายในวันหนึ่งๆ ในทางตรงกันข้ามบางคนอาจจะทำอะไรไม่เป็นผลสำเร็จสักอย่าง และเขามักจะอ้างเหตุผลไปข้างๆคูๆว่า เขาไม่มีเวลา

จริงหรือ?

เรื่องนี้ถ้าท่านไปถามนักวิชการที่มีความรู้เกี่ยวกับการบริหารเวลา เขาจะตอบว่าเพราะคนบางคนไม่รู้จักการบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง

เวลาต้องมีการบริหารด้วยหรือครับ?

ถ้าจะตอบคำถามนี้คงเป็นเรื่องยาวครับ วันนี้เรารู้กันเพียงเท่านี้ก่อนว่า ทุกคนในโลกนี้มีเวลาเท่าๆกัน